‘หมาน้อย’ สมุนไพรพื้นบ้านสู่อาหารในครัวเรือน

จากสิ่งที่เห็นชินตาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่เคยคิดว่าจะสำคัญอะไร อย่างไร จนเมื่อได้มีโอกาสเรียนรู้และลงมือทำ จึงเกิดความรู้สึกลึกซึ้งกับภูมิปัญญาของบรรพบุรุษและนี่คือปรากฏการณ์การเรียนรู้ของ ใหม่-สิวนาท คะรุรัมย์, กุ๊กไก่-ปนัดดา ศรีบุญเรือง, อิ๋ว-อรัญญา แซมรัมย์, แหม่ม-รวีวรรณ สว่างภพ, เล็ก-ลลิตา จันทะสี, ชีวัน-สุขชีวรรณ ใจเพ็ง และขวัญ-ขวัญฤดี ประสพสุข ที่ได้มีโอกาสลงมือทำ

“โครงการต้นกล้าเยาวชนคนหมาน้อย” ภายใต้โครงการพัฒนาเยาวชนพลเมืองดีศรีสะเกษ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีเพ็ญทิวา สารบุตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โคกเพชร อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพี่เลี้ยงชุมชน “แต่ก่อนเห็นพ่อแม่ตายายทำ แต่เคยไม่สนใจ ตอนนั้นนั่งดูเฉยๆ ก็ถามเขาว่าทำอะไร เขาบอกว่าทำหมาน้อย หนูก็ไม่รู้จัก” เล็กเล่าถึงอดีตที่เธอไม่เคยสนใจ
“หมาน้อย” หรือต้นกรุงเขมา เป็นชื่อของสมุนไพรพื้นบ้านที่มีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณขับสารพิษ ทำให้ขับถ่ายสะดวก นอนหลับสบาย และใช้ทำอาหารคาว-หวานได้ ในอดีตสามารถพบเห็นได้ทั่วไปบริเวณชายทุ่งและในป่า คนในพื้นที่ชุมชนบ้านเสลา-สุขเกษม ตำบลโคกเพชร อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นิยมปลูกและบริโภคเป็นทั้งอาหารคาว หวาน และใช้เป็นสมุนไพร
ชุมชนบ้านเสลาตั้งอยู่ที่ ม.6 ต.โคกเพชร คนในชุมชนส่วนใหญ่ใช้ภาษาเขมรในการสื่อสาร มีองค์ความรู้พื้นถิ่นในการใช้ประโยชน์จากเครือหมาน้อย ซึ่งเป็นพืชที่เดิมจะพบเห็นในป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าลดลง ปริมาณของหมาน้อยจึงลดลงตามไปด้วย ชาวบ้านจึงเริ่มนำหมาน้อยมาปลูกในครัวเรือน ด้วยเกรงว่าหากสูญหายไปชุมชนก็จะขาดแหล่งอาหาร และยาสมุนไพรพื้นบ้าน
เพราะ “รู้สึกอยากทำ” อิ๋วจึงเป็นตัวตั้งตัวตีชักชวนเพื่อนๆ น้องๆ ในชุมชนให้มารวมกลุ่มกัน โดยเห็นว่าคนวัยเดียวกันมีเวลาว่างเยอะ หลายคนก็ไม่รู้จะทำอะไร ถ้าต่างคนต่างอยู่ส่วนใหญ่ก็มักจะหมกมุ่นอยู่กับโทรศัพท์
เมื่อพี่ๆ ให้คิดประเด็นที่จะทำโครงการจึงได้ทบทวนทุนเดิมของชุมชนพบว่า หมาน้อยซึ่งเป็นพืชสมุนไพรในหมู่บ้านเริ่มจะสูญหายไปแล้ว แม้ชาวบ้านจะมีความต้องการใช้ แต่ก็เริ่มหาได้ยากแล้ว ทั้งกลุ่มจึงเห็นร่วมกันว่าควรทำเรื่องนี้ เพราะจะได้เรียนรู้ถึงคุณค่าและฟื้นฟูภูมิปัญญาสมุนไพรหมาน้อย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth