ชุมชนบ้านบุ

บุขันลงหิน คืออาชีพเก่าแก่ที่ทำกันในครัวเรือนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีอยู่ร้อยกว่าครอบครัว และตั้งบ้านเรือนอยู่ในละแวกเดียวกัน ชาวบ้านนิยมนำขันลงหินมาใส่น้ำดื่มเพราะจะเย็นชื่นใจ หรือใส่ข้าวสวยสำหรับตักบาตร จนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก จึงมีการอพยพมาตั้งหลักแหล่งกันที่บางลำพูน ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ริมคลองบางกอกน้อย จนกลายเป็นชื่อของชุมชนในปัจจุบัน

เมื่อก่อนชุมชนบ้านบุ มีการทำขันลงหินอยู่หลายครอบครัว ส่งขายทั้งในฝั่งพระนครและฝั่งธน แต่เนื่องจากการทำขันลงหินนั้นค่อนข้างยุ่งยาก เริ่มจากการใช้โลหะผสมแล้วใช้ฝีมือของช่างตีแผ่โลหะให้แบน ขึ้นรูปเป็นขัน แล้วนำมาขัดผิวให้เรียบเกลี้ยงด้วยหิน ก่อนที่จะส่งไปเขียนลายที่แปดริ้วอีกที ต้องใช้ทั้งเวลาและความประณีตในฝีมือช่างเป็นอย่างมากจึงมีราคาค่อนข้างสูง จึงมีแต่เชื้อพระวงค์ หรือข้าราชการระดับสูงเท่านั้นที่จะซื้อได้และเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา ความนิยมเริ่มหดหายลงไป จึงเหลือเพียงโรงงานของตระกูลเจียมแสงสัจจาตระกูลเดียวในชุมชนนี้ ภายใต้การนำของคุณเมตตา เสลานนท์ที่ยังคงอนุรักษ์อาชีพดั้งเดิม ที่สืบทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษเอาไว้ไม่ให้สูญหายไป โดยมีคุณป้าคุณลุงที่ยังมีใจรักนั่งสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก เพื่อเป็นมรดกของแผ่นดิน ภายในโรงงานเจียมแสงสัจจามีขันลงหินสวยงามมากมายตั้งโชว์ไว้ให้ชื่นชมโดยเฉพาะขันลงหินลายน้ำมะลิวัลย์ขนาด 11 นิ้ว งานหัตถกรรมชิ้นเอกถือเป็นขันลงหินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมีให้ดูที่นี่เพียงที่เดียวเท่านั้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand